วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

10 อันดับมหาวิทยาลัย

ช่วงนี้ก็ใกล้ถึงช่วงสอบปลายภาคกันแล้ว เพื่อนๆทุกคนคงเครียดกันมากกับการอ่านหนังสือ
วันนี้ได้ไปอ่าน อันดับมหาวิทยาลัยที่เด็กไทยอย่างพวกเรา อยากเข้ามาที่สุดมา 10 อันดับ


ได้แก่


อันดับที่ 10
มหาวิทยาลัยบูรพา

ม.บู แตกหน่อมาจาก มศวและพัฒนาไปไกลเกินกว่าจะเป็นแค่วิทยาเขต บูรพาปัจจุบันเปิดสอนในทุกสาขาด้วยที่ตั้งไม่ไกลจากเมืองตากอากาศชายทะเลระดับโลกและการเดินทางที่ไม่ไกลจากรุงเทพฯ ม.บูจึงเป็นที่นิยม 1 ใน 10 ของมหาวิทยาลัยของไทยมหาวิทยาลัยบูรพาจึงได้รับการขนานนามในฐานะ "มหาวิทยาลัยแห่งภาคตะวันออก"



อันดับที่ 9
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
มอ ศูนยืกลางการศึกษาทางทิศทักษิณมหาวิทยาลัยที่เคยมีผลงานวิจัยในระดับเอเชียจนถูกจัดให้อยู่ในมหาวิทยาลัยอันดับที่ 1 ของไทยในหลายปีก่อน มอในปัจจุบันได้พัฒนาในฐานะ "มหาวิทยาลัยศูนย์กลางแห่งภาคใต้"



อันดับที่ 8
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
มหาวิทยาลัยดินแดงแห่ง แรกของภาคภาคอิสานกับการเป็นศูนย์กลางของการศึกษาของชาวตะวันออกเฉียงเหนือมหาวิทยาลัยขอนแก่นในฐานะ "มหาวิทยาลัยศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ"



อันดับที่ 7
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มหาวิทยาลัยในต่างจังหวัดแห่งแรกของไทยและเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของทางภาคเหนือด้วย ด้วยบรรยากาศของเมืองท่องเที่ยวระดับโลก มชจึงถูกพัฒนาเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาขั้นสูงของทางภาคเหนือในฐานะ"มหาวิทยาลัยชั้นนำของภาคเหนือ"



อันดับที่ 6
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

มหาวิทยาลัยที่แตกหน่อวิทยาเขตมากมายจนกลายเป็นมหาวิทยาลัยอีกกว่า 3 แห่ง มศวในปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในทุกศาสตร์ ทั้งศิลปะ วิทยาศาสตร์การแพทย์แต่ในส่วนของคณะศึกษาศาสตร์นั้นยังคงเป็นเสาหลักที่สร้างชื่อเสียงให้กับมศว ในฐานะ "มหาวิทยาลัยที่พัฒนาการศึกษาไทย"



อันดับที่ 5
มหาวิทยาลัยศิลปากร
มหาวิทยาลัยศูนย์กลาง ทางด้านศิลปะของไทยจัดตั้งเป็นลำดับที่ 5 พร้อมเกษตรและมหิดล ศิลปากรไม่ได้โดดเด่นแค่ศิลปะออกแบบ สถาปัตย์ โบราณคดี และดุริยางค์เท่านั้น ด้านภาษาวิทยาศาสตร์และเภสัชก็เป็นอีกสาขาที่มีผลงานโดดเด่นมหาวิทยาลัยศิลปากรในฐานะ "มหาวิทยาลัยศิลปะแห่งชาติ"



อันดับที่ 4
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ ที่สุดเป็นลำดับที่ 4ของไทยจัดตั้งพร้อมกับ มหิดลและศิลปากรเกษตรศาสตร์มิได้โดดเด่นในด้านเกษตรสมัยใหม่เท่านั้นแต่ในทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ยังเป็นที่ยอมรับอีกด้วยเกษตรเคยครองตำแหน่งมหาวิทยาลัยยอดนิยมของไทยมาแล้วหลายสมัยในฐานะ"มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์เกษตรและเทคโนโลยีของชาติ"



อันดับที่ 3
มหาวิทยาลัยมหิดล
อดีตวิทยาลัยแพทยศาสตร์ แห่งประเทศไทยศูนย์กลางการศึกษาด้านการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยไทยที่มีผลงานวิจัยในระดับนานาชาติและการจัดอันดับอยู่ที่ 30ของเอเชียและอยู่ลำดับที่ 1 ของไทย มหาวิทยาลัยมหิดลในฐานะ"มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ของไทย"



อันดับที่ 2
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การเมืองและการปกครองของไทยมหาวิทยาลัยเก่าแก่อันดับที่ 2ของไทยและมีชื่อเสียงในเรื่องกฏหมายและหลักปกครองปัจจุบันเปิดสอนในทุกสาขามธ ในฐานะ "มหาวิทยาลัยการเมืองและประชาธิปไตยของไทย"



อันดับที่ 1

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยแห่งความฝันและเป็นที่หมายปองของนักเรียนมากที่สุดและเป็นมหาวิทยาลัยแห่งชาติจุฬาฯเป็นมหาวิทยาลัยกลางเมืองหลวงของประเทศไทยมีบทบาทในฐานะ"มหาวิทยาลัยแห่งชาติและแห่งแรกของไทย"


ส่วนมหาวิทยาลัยที่้ขาพเจ้าอยากเข้าไปศึกษามากที่สุดคือ 'มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์'
'แล้วเพื่อนๆอย่าเข้ามหาวิทยาลัยได้ค่ะ? ถ้ายังไงก็สู้ๆนะ'

วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553

MY MOTHER ' I LOVE YOU

Helloooooooo!
นานมากที่จูนไม่ได้เข้ามาอัพ Blog สักที
วันนี้เลยจะเข้ามาอัพสักหน่อย มันเป็นงานสำคัญมาจากเดือนที่แล้ว
นั่นก็คืองานวันแม่นั่นเอง

(นี่คือ PTT วันแม่ที่จูนทำให้แม่ค่ะ ^^)

"ใครหนอให้กำเนิดเราเกิดมา

ใครหนอชุบชีวาให้กล้าหาญ

ใครหนอคอยสั่งสอนทุกวันวาน

ใครหนอเป็นสะพานให้ก้าวไกล

ท่านผู้นี้คือ ‘แม่’ แท้ที่สุด

แม่เปรียบดุจดั่งสารธารที่หลั่งไหล

แม่เป็นผู้เลิศประเสริฐมากกว่าใคร

แม่ยิ่งใหญ่ยากจะทดแทนพระคุณ "

รักแม่ที่สุดค่ะ <3'

วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2553




PERCY JACKSON *

ชื่อนี้ใครหลายๆคนคงรู้จักดี ในด้านเกี่ยวกับ ววรณกรรมแฟนตาซี (แปล)
ผู้เขียนคือ Rick Riordan ชาวอเมริกา
Percy Jackson เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่ม ที่มีเลือดมนุษย์และเทพอย่างละครึ่่ง ทำให้เนื้อเรื่องน่าติดตาม
และทำให้หนังสือเรื่องนี้ ติดอันดับ The New York Times เป็นเวลานานกว่า 3 ปี
ข้าพเจ้าเป็นหนึ่งในผู้ติดตามอ่าน Percy Jackjon เรื่องนี้มีเรื่องราวติดต่อกัน 5 ตอน (5เล่ม)

เรื่องแรกคือ สายฟ้าที่หายไป (The lightning Thief)



เล่มที่สอง คือ The sea of monsters



เล่มที่สาม คือThe Titun's curse


เล่มที่สี่ คือ The Battle of the labyrinth



เล่มที่ห้าเป็นเล่มสุดท้าย คือ The last olympian




"ถ้าเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากอ่าน Percy Jackson สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายหนังสือทั่วไป

หรือ ที่ห้องสมุดของโรงเรียนเราก็มีให้ยืมนะค่ะ : D "

เรื่อง Percy Jackson เคยเอามาทำเป็นหนังด้วยนะค่ะ

ในตอนที่หนึ่ง ที่ชื่อว่า 'The Lightning Thief'

Link นี้คือตัวอย่างหนังนะค่ะ http://www.youtube.com/watch?v=aQAj51WZzJc

และ http://www.youtube.com/watch?v=NEZ532t9n0M&feature=related

เข้าไปติดตามชมกันได้เลยนะค่ะ

Credits : www.youtube.com


วันพุธที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ชีวิตเด็กวิทย์


ชีวิตเด็กวิทย์ กับ การเรียนให้สนุก ไม่เครียด :)


เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา คณิตศาสตร์เพิ่มเติม วิชาเหล่านี้เป็นวิชาที่เด็กวิทย์อย่างข้าพเจ้า จำเป็นต้องเพิ่มมาจากเด็กสายศิลป์ทั่วไป ในอาทิตย์ๆหนึ่ง ข้าพเจ้า เรียน เคมี 3 คาบ ฟิสิกส์ 4 คาบ และชีววิทยา อีก 3 ยังไม่นับรวมวิชาคณิต ที่มีทั้งเพิ่มเติมและพื้นฐาน พวกเราเด็กวิทย์ต้องมีความอดทน และ ความพยายามและขยันอย่างมากในการเรียนสายวิทย์ เนื่องจาก ไม่ค่อยมีเวลาว่าง การเรียนก็หนัก ทำให้พวกเราไม่ค่อยได้มีเวลาผ่อนคลาย คลายเครียด ทั้งนี้ ข้าพเจ้าจึงเอาบทความดีๆ ที่บอกถึงวิธีการเรียนให้มีความสุข มาบอกเพื่อนๆค่ะ มีทั้งหมด 5 วิธีนะค่ะ


1.ทลาย ตัวปิดกั้นสติ ปัญญา คือ ขจัดอาการเครียด ท้อแท้ คาดหวัง กับวิชาเรียน คาดหวังกับเกรด ด้วยการ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารดีๆ ทำจิตใจให้ผ่อนคลายมากๆ


2.เมื่อรู้สึกว่า ปลอดโปร่ง สดชื่น โล่งสบายทั้งกายและใจ แล้ว ก็เริ่มตั้งสติ ทบทวนตัวเองดูว่า เราเป็นผู้ที่สามารถควบคุมตัวเอง ให้มีสติ ได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าน้อยก็ฝึกให้มากขึ้น วิธีฝึกสติ ก็มีมากมาย (สติ คือ การจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนกระทั่งไม่เกิดความสงสัยในสิ่งนั้นแล้ว)



3.เมื่อรู้จักควบคุมสติแล้ว ให้ตั้งใจในเวลาเรียน ตั้งใจฟังอาจารย์ เมื่อสงสัยก็ให้ถาม อย่าเก็บความสงสัยไว้ เพราะจะทำให้สะสม หมักหมม และกลายเป็นมลภาวะทางจิต และปัญญา และเกิดอาการเซ็ง เพราะไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง ขึ้นมาอีก



4.แบ่งเวลาให้ชัดเจน ว่าแต่ละวันจะทำอะไร ในส่วนที่เหมาะสมกับสถานภาพปัจจุบันของตัวเอง เช่น อยู่ในวัยเรียน ก็ต้องให้เวลากับการเรียน การทบทวน การค้นคว้า มากกว่าการ กิน เล่น เที่ยว คุยโทรศัพท์


5.กำหนดเป้าหมาย รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายปี และเป้าหมายสูงสุดในชีวิต แล้วค่อยๆ ทำไปทีละเล็กละน้อย วันไหนทำสำเร็จตามเป้าหมายก็ให้กำลังใจตัวเอง ว่า "ไชโย! ชนะตัวเองแล้ว"

เพียงเท่านี้ เพื่อนๆก็จะรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ไม่เครียด เรียนสนุกๆ ขอให้เพื่อนๆทุกคนโชคดีกับการเรียนนะค่ะ : D


ขอขอบคุณ เครดิตจาก:http://www.phakdee.ac.th/p_webboard/index.php?topic=34.0